-๑-
“เมื่อวานผ่านไปแล้ว พรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง” กิ่งพูดกับตัวเองขณะพารถมอเตอร์ไซค์ลงเนินกลางสายฝนปรอย ลมเย็นพาน้ำฝนหยดเล็กปะทะหน้าดังลูกกรวดน้อย ความหนาวเย็นกระแทกผ่านผิวหน้า มือที่โผล่พ้นเสื้อกันลมสีกรมท่านั้นเปียก ขาวซีด บอบบาง กางเกงยีนส์สีขรึมเปียกฝนเป็นริ้วเข้ม ในเวลาแบบนี้ อากาศหนาวเย็นเพียงใด ก็เพียงแต่จะยิ่งขับเน้นความอุ่นให้ทวีเมื่อไปถึงเป้าหมาย กิ่งนึกถึงหน้าคนรักที่เธอรู้ว่ารออยู่ที่บ้าน ต้นคงกำลังทำอะไรเล็กๆน้อยๆที่บ้าน ความรู้สึกว่ากำลังไปถึงคนรัก ได้ใกล้ชิดและมีชีวิตด้วยกันอย่างธรรมดาในทุกๆวันเป็นความพิเศษที่ทำให้กิ่งรู้สึกอบอุ่น พัก และสบายใจ แม้ว่าเราจะผ่านเรื่องอะไรกันมามากมาย เธอก็ยังอยู่ที่นั่น สำหรับฉัน …. ขอบคุณ
“ต้น ทำอะไรอยู่คะ” จอดมอเตอร์ไซค์ไว้ข้างหน้า พื้นปูนที่เปียกฝนปีละหลายเดือนเกิดตะใคร่ขึ้นเกาะเขียว กิ่งเดินยิ้มแหยๆเหยียบพื้นปูนเข้าบ้านอย่างระมัดระวัง รู้สึกปวดหัวหนักๆ อยากกอดเธอ วางหัวเปียกๆไว้ที่ซอกคออุ่นๆ และให้ลูบหัวเบาๆ ….
“กอดหน่อย” กิ่งเดินตรงเข้าไปสองแขนกางออก แต่ต้นไวกว่า เธอจับมือกิ่งไว้ทั้งสองข้าง “กิ่งเปียกหมดแล้วเนี่ย เปลี่ยนผ้าก่อนนะ ต้นไม่อยากเปียก” หงุดหงิดเพราะงอนพลันบังเกิด หัวหนักๆยิ่งหนักขึ้น และเพียงแค่ความรู้สึกที่เปลี่ยนเล็กน้อยนั้น ต้นก็รู้สึกได้ เธอรวบแขนกิ่งเบาๆและยื่นหน้ามาหอมเอาใจ กิ่งไม่ยอมบิดมือตัวเองออกเพื่อมากอดต้นจนได้ เมื่อได้กอด… อารมณ์ก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกผิด ที่เอาแต่ใจ แต่ในบางครั้ง กิ่งก็รู้สึกหยุดตัวเองไม่ได้ง่ายๆจริงๆ และอนุญาตตัวเองเล็กๆให้เอาแต่ใจได้ เพราะเรื่องใหญ่กว่านี้ กิ่งรู้ว่าเธอจะทำได้… กิ่งจะไม่ทำให้ต้นเสียใจ … แน่นอน มันจะไม่เกิดขึ้นอีก และได้กอดแน่นๆและเอาหัวซุนลงไปที่ต้นคออุ่นๆเพียงเสี้ยวนาทีก็ทำให้กิ่งรู้สึกอิ่มเต็มและสามารถละไปเปลี่ยนผ้าได้อย่างสบายใจ
…………………………………………………..
สำหรับต้น กิ่งเหมือนที่พึ่งสุดท้ายที่ต้นจะไม่ปล่อยไป เหมือนดั่งต้นไม้ที่ยากจะถอนกายออกจากดิน จนกว่าจะหมดอายุขัย ต้นก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ชีวิตของเธอผ่านสิ่งต่างๆมามากมาย ในช่วงเวลาที่เธอหอบสัมภาระของชีวิตไว้มากมาย ละล้าละลังและเหนื่อยอ่อนกับการไขว่คว้า อนาคต ลมหายใจ และชีวิต กิ่งก็เข้ามา… เป็นอีกหนึ่งสัมภาระชีวิต ที่เข้ามา และออกไป เพื่อกลับมาใหม่… จนกระทั่งบัดนี้ ต้นหวังว่ากิ่งจะไม่จากไปอีก
………………………………………………….
“ถ้าเราจะเข้าไปทำงานในชุมชน แรงต้านอย่างสำคัญก็คือทัศนคติของชาวบ้าน” ตาวาวๆ เสียงดุๆนั้นดูจะขัดกับตัวเล็กบาง ของเจ้าของเสียง ต้นคิดยิ้มๆ เด็กนี่ทำเฒ่าเสียจริง ลองของหน่อยนะ ดูว่าจะหาทางลงได้ไหม เธอจึงยกมือ
“ทัศนคติของชาวบ้านคงไม่ใช่แรงต้านมั้งคะ คุณกิ่ง มันเป็นเป้าหมายของเราไม่ใช่เหรอคะ เข้าไปทำงานกับชุมชนให้เค้าเข้าใจเรื่องเอดส์มากขึ้น ความเข้าใจของเขาคือเป้าหมาย ไม่ใช่อุปสรรคมังคะ” ตาวาวๆ ผมเกรียนๆ หันขวับมาทันที น่าสนุกที่จะได้เห็นตาวาวนั้นยิ่งมีแววมากขึ้นอีก และในสบตาเร็วๆ นั้นเธอเหมือนจะเห็นแววหวานแวบแซงขึ้นมา เพียงเล็กน้อยจริงๆ แต่มันก็แรงพอที่เธอจะรู้สึกได้ในองศาที่เผชิญหน้ากันอย่างนี้
“ค่ะ เห็นด้วยเลยที่ต้นพูด ขอโทษค่ะ เป้าหมายของเราก็คือทำให้ชาวบ้านเข้าใจเรื่องนี้ ความหมายของกิ่งก็คือตอนนี้ชาวบ้านยังเข้าใจผิดอยู่มากเกี่ยวกับผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อ เลยเหมือนจะเป็นแรงต้านอยู่ แต่ถ้าทำให้เข้าใจผิดก็ขอโทษด้วย ขอบคุณต้นค่ะ” เธอแค่ขอโทษ และ ขอบคุณง่ายๆ ก็หลุดออกจากไม้เสี้ยมที่ฉันเหลาจ่อไว้แล้ว แต่ต้นเล่า จะพลิกหลุดจากแวบหวานเร็วๆนั่นได้ง่ายๆ ไหมนะ ….
“สรุปว่าเราทำเรื่องสร้างความเข้าใจของชุมชนในการอยู่ร่วมกับผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อนะ การให้ข้อมูลเพื่อเปลี่ยนทัศนคติที่รังเกียจ รู้ว่าอะไรที่ทำให้ติดเชื้อ อะไรทำให้ไม่ติด แล้วนอกจากนี้คิดว่าน่าจะทำอะไรอีก” ประธานกลุ่มสรุป และแจกคำถามต่อ
“งานป้องกันน่าจะเป็นอะไรที่มากกว่าเรื่องการใช้ถุงยางนะ วิธีการใช้ถุงยางอะไรแบบนี้ คนรู้แล้วแต่ไม่ทำต่างหาก” เพื่อนคนหนึ่งแสดงความคิดเห็น
“ใช่ การใช้คอนด้อมก็ยังขึ้นอยู่กับผู้ชายหรือเปล่า เราไปบอก ไปยัดเยียดถุงยางใส่มือผู้หญิงบอกว่าให้เอาไปให้ผู้ชายใส่ หรือบางทีก็ให้ใส่ให้ผู้ชาย อุตสาห์สอนว่าใช้ยังไง ทั้งมือ ทั้งปาก แต่ไม่เคยลองบอกให้ผู้ชายใช้เองเลย ผู้ชายก็บอกว่ามันใส่แล้วไม่หรอย แค่นี้ผู้หญิงก็พูดอะไรไม่ได้แล้ว คนทำงานเอดส์ก็กลัวผู้ชายจะไม่ใส่ ผู้หญิงก็กลัวผู้ชายจะไม่สุข” กิ่งแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง ทั้งห้องเงียบไป ต้นรู้ว่าผู้ชายในห้องนี้ไม่พร้อมจะฟังเรื่องแบบนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่ามันจริง แต่ผู้ชายก็ยังรู้สึกว่าไม่อยากถูกว่า ไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงอำนาจที่พวกเขามีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายคนนั้นจะตัดยาง เป็นข้าราชการ พ่อค้า หรือผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อก็คิดอย่างเดียวกัน น้อยนักที่ผู้ชายจะยอมรับเรื่องแบบนี้ และกลุ่มแกนนำก็มักจะมีผู้บริหารเป็นผู้ชายเสียด้วย… ต้นคิดว่าเธอต้องสนับสนุนก่อนที่ประเด็นนี้จะตกไปง่ายๆ
“พูดเรื่องการอยู่ร่วมก็ยากแล้ว นี่ยังต้องพูดเรื่องเพศอีก ชาวบ้านยิ่งรับยากเข้าไปใหญ่เลย … แต่อาจจะต้องลองทำดูนะ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยใช้คอนด้อม แล้วก็คิดว่าตัวเองไม่เสี่ยง โดยเฉพาะผู้หญิงก็คิดว่าตัวเองรักเดียวใจเดียวเป็นการป้องกัน เหมือนที่พยายามโฆษณากันมากมาย แต่จริงๆแล้วนั่นแหละ เสี่ยงที่สุด”
การสนทนานั้นยืดยาวเหมือนจะไม่รู้จบสิ้น เพราะสำหรับคนทำงานเอดส์แล้ว การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีส่วนร่วมดูจะเป็นสิ่งสำคัญ การสนทนาจึงเกิดขึ้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย บางทีเธอก็รู้สึกว่าตลกที่คนพวกนี้เปิดห้องประชุมเพื่อพูดกันเป็นเวลาสามวันติดต่อกัน แค่เพื่อมาพูดคุยกันเนี่ยนะ …. อย่างไรก็ตาม เธอก็คิดว่านี่ก็เป็นเพียงวิธีเดียวที่จะสร้างพลังในหมู่เพื่อนที่มาร่วมงานกันโดยมีค่าจ้างค่าออนเล็กน้อย หรือในบางครั้งไม่มีเลย สิ่งที่สำคัญคือ คนได้คิดร่วม ตัดสินใจร่วม นั่นจะทำให้เขามีพลังเพื่อไปถึงสิ่งเดียวกัน… ต้นจึงยังร่วมในการพูดคุยและการทำงานอย่างกระตือรือร้นเท่าที่ภาวะขณะนั้นจะอำนวย
การรวมกลุ่มของผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อในนามของ “กลุ่มหนุนใจ” ที่กิ่งทำงานร่วมอยู่ด้วยเกิดมาได้ราวสองปี ก่อนที่กิ่งจะเข้ามา ในนามขององค์กรพัฒนาที่กิ่งไม่เคยรู้จักมาก่อน … แต่จากวันที่กิ่งมาถึง เธอได้ค่อยๆ แทรกตัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่อย่างจริงจัง จนกระทั่งวันนี้เธอได้รับการยอมรับพอควร แม้เราจะไม่ค่อยสนิทกัน ข่าวว่าเธอเป็นทอมที่เจ้าชู้ ใครๆ ก็มักจะพูดถึงกิ่งในแง่แบบนี้ บางครั้งก็ขำ บางครั้งชื่นชม บางครั้งเหยียดหยาม สาวๆบางคนแอบชอบ ผู้ชายหลายคนนินทลับหลัง แต่ดูเหมือนกิ่งจะไม่สนใจไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม บางครั้งต้นแอบคิดว่า อะไรที่จะทำให้กิ่งหวั่นไหว….
“กาแฟอีกแล้ว วันหนึ่งกินกาแฟสองถ้วยสามถ้วย แต่ก็ดี ทำให้พูดมากดี” ถึงอย่างไรเวลาพักก็จะต้องมาถึง ต้นยังเห็นหน้ากิ่งในใจอยู่แวบนั้นเธอก็พาตัวจริงมาให้ดู ต้นมองหน้าคนพูดแล้วยิ้ม
“กิ่งไม่ชอบก็ไม่ต้องกินนะ ดีแล้ว ไม่เปลือง”
“กินจ้ากิน แล้วต้นเป็นไงมั่งสบายดีไหม”
“ถ้าทำแผนเสร็จแล้ว กิจกรรมแรกน่าจะเป็นเข้าไปคุยกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน อบต. อะไรพวกนี้นะ เพราะว่าต้องเข้าไปแนะนำตัว กิ่งไปด้วยกันหรือเปล่า”
“ไปซิ เดี๋ยวนัดกันนะ”
…………………………………………….
เราเพียงแค่ทำงานด้วยกัน เธอเป็นผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อ ฉันไม่ แล้วความผูกพัน มันเกิดขึ้นอย่างไร